เค๊ก..เวลา

posted on 05 Jan 2009 22:19 by taeza-dsn

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งอ้างอิง : จากหลายๆเว็บ

 การแบ่งเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าแบ่งช่วงเวลาได้ดีชีวิตก้อจะดีไปด้วยนะคับป๋ม

By Taillon

ปีใหม่กับชีวิตใหม่

posted on 05 Jan 2009 21:08 by taeza-dsn
ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ก้อต้องเริ่มต้นกันใหม่
 
สิ่งใดดีๆก้อควรเก็บเอาไว้ สิ่งใดไม่ดีก้อขอให้มันผ่านพ้นไปเหมือนปีเก่า
 
ปีใหม่กับความคิดใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่สำหรับคนที่ชีวิตมีแต่เครียด!!!
 
ข้อคิดดีๆสำหรับปีใหม่ครั้งนี้
 
1.ไฟเป็นสิ่งอันตราย ถ้าให้ดีอย่าเข้าใกล้นะ (โดยเฉพาะหนูๆนะอย่าเล่นไฟนะ)
 
2.คิด + นะครับคิดบวก (แต่อย่าคิดแง่เยอะเกินนะเช่น กำลังจะdeadยังต้องคิด +เพื่อความสมดุล)
 
3.บุญและเงินที่ได้มาโดยตั้งใจและมิได้ตั้งใจจากใครก้อตาม เก็บไว้นะ(แล้ววันหลังพวกเค้าจะมาทวงคืน -_-")
 
4.อย่าก่อหนี้สินรอบตัวเพราะมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ระวังมันจะมาโดยไม่รู้ตัวเฉพาะ ตอ-อี-นอ-...)
 
5.ขยันหมั่นเพียรทั้งเรื่องการงาน การเงิน ความรัก ดวงชะตา ปรึกษาปัญหาหัวใจTaillon ฟันแล้วทิ้ง
 
6.ยกสยามจบวันที่ 7 ม.ค.52 นะคับป๋ม อย่าลืมเชียร์จังหวัดนนทบุรี (บ้านป๋มเอง)
 
7.นนทบุรีหนาวๆร้อนๆ
 
เป็นข้อคิดที่ยอดเยี่ยมสุดๆเลย
 
ยังไงข้อคิดบางเรื่องก้อควรนำไปใช้นะคับป๋ม แล้วอย่าลืมที่บอกนะ
 
ว่า"ปีใหม่แล้วสิ่งใดไม่ดีก้อให้ผ่านพ้นไปเหมือนปีเก่า สิ่งไหนดีควรเก็บไว้เป็นรางวัลจิตใจ"
 
ทุกคนคงรู้แล้วว่าการปฏิบัติตนกับชีวิตใหม่ควรทำเช่นไร
 
ถ้าอย่างนั้นป๋มก้อขอ Happy New Year 2009 ย้อนหลัง 4 วันคับป๋ม
 
และขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้อยู่เบื่องหลังการถ่ายทำ
 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรดีๆ ของขวัญปีใหม่ดีๆและการ์ดสุดเท่ห์
 
และปีใหม่นี้ก้อขอให้ทุกคนเฮง ๆ ๆ รวย ๆ ๆ และสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์นะคับป๋ม
 
มีความสุขมากๆ บ๊ายบาย
 
You want to be good at it,I hope you get it      By Taillon
 
New year's Day
 
1 มกราคม ของทุกปี
 
 
 
 ความหมาย
ความหมายของวันขึ้นปีใหม่ ตามพจนานุกรม ฉบับราชตบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า " ปี" ไว้ดังนี้ ปี หมายถึง เวลา ชั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว 365 วัน : เวลา 12 เดือนตามสุริยคติ
 

ความเป็นมา
ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน

    การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก

การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์

ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป

เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ

1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ

2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา

3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก

4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย

กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ได้แก่

1. การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ

2. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร

3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ

วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น

กิจกรรม

วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี จะมีการทำบุญตักบาตรและอุทิศส่วนกุศลผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ฟังเทศน์ ปล่อยปลา ปล่อยนก อวยพรซึ่งกันและกัน หรืออาจจะส่งการ์ดบัตรอวยพร ของขัวญไหว้ผู้ใหญ่เพื่อรับพร และสรงน้ำพระพุทธรูป ประดับธงชาติ และจะเตรียมทำความสะอาดบ้าน และที่พักอาศัย

 


http://www.geocities.com/tumniumthai/m_newyear.html

 By Taillon


http://www.123cursors.com

เทคนคร้องเพลงคับป๋ม

posted on 30 Dec 2008 20:14 by taeza-dsn

เทคนิคร้องเพลงครับ

ข้อเท็จจริงของการใช้เสียง การร้องเพลง

การใช้เสียง การร้องเพลงเป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อสาร แน่นอนว่าการฝึกใช้เสียงให้เป็นและแข็งแรง คือพื้นฐานของทุกคนที่ต้องการใช้เสียง จะต้องสามารถควบคุม ใช้งานได้เป็นอย่างดี ใช้ได้นานโดยไม่มีการทำร้ายเส้นเสียงแต่อย่างไร

แต่เราคงลืมไม่ได้ว่า การร้องเพลง คือการสื่อสารข้อความ อารมณ์ผ่านทางเสียงดนตรี มีเสียงดนตรีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสื่อสารนั้นๆ ดังนั้นการฝึกเสียงเพื่อร้องเพลงที่มีประสิทธิภาพจริงๆ จึงต้องสอนความเข้าใจในดนตรีที่ลึกซึ้งไปด้วยกันเสมอ ไม่ควรแบ่งแยกเรื่องการใช้ฝึกเสียงออกจากการทำความเข้าใจในดนตรี ควรให้ความสำคัญในเรื่องดนตรีมากเท่ากันกับการใช้เสียงร้อง ลำดับขั้นตอนการฝึกเสียงจึงต้องผสมผสานความเข้าใจในดนตรีไปพร้อมๆกันเสมอ ไม่ว่าจะเรียนระดับใด มิฉะนั้นผู้ฝึกอาจพบกับปัญหาที่ว่า ไม่รู้จะใส่อารมณ์ลงในเสียงและจะร้องเพลงให้มีอารมณได้เช่นไร

เสียงธรรมชาติมาจากไหน

การใช้เสียง การร้องเพลงถือได้ว่านอกจากจะเป็นศาสตร์-ศิลป์ ยังเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกาย ผสมผสานกับอารมณ์และจิตใจโดยตรง บทบาทของจิตใจมีอิทธิพลมากกว่าร่างกายในเรื่องของแรงกระตุ้นภายใน โดยเฉพาะการร้องเพลง เพราะหากการร้องเพลง ไม่มีแรงกระตุ้นจากผู้ร้องว่าอยากสื่อสาร ร่างกายก็จะทำหน้าที่ผลิตเสียงไปอย่างนั้นเอง อาจมีเสียงแต่ไม่มีวิญญาณ ไม่มีทิศทางในการร้องเพลง
พูดง่ายๆ คือถ้าใจสู้ คิดว่าทำได้ ร่างกายก็จะพยามยามทำให้ตามความคิดนั้นๆ
แต่หากในกรณีที่ว่า คิดว่าใจสู้ก็แล้ว แต่ร่างกายยังไม่ยอมปฏิบัติตามอีก
หรือ ฟังไม่ออกว่าเขามีวิธีการร้องอย่างไร หรือแม้แต่หูได้ยิน สามารถเลียนแบบเสียงได้เหมือนต้นฉบับเป๊ะ แต่กระนั้นทุกครั้งที่ร้องก็ยังต้องดันทุรัง เจ็บคอ เสียงแหบกันไป น้อยคนนักที่สามารถเลียนแบบเสียงได้เหมือนและร้องถูกวิธี
ทุกคนต่างรู้ว่าตามความเป็นจริงของธรรมชาติ เมื่อคุณอยากเปล่งเสียง สมองจะสั่งการไปยังอวัยวะส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องให้เริ่มปฏิบัติการเอง หลักการเกิดเสียงที่สำคัญ คือ ลมออกจากปอดเดินทางผ่านเส้นเสียงที่ปิดกันพอดี เกิดแรงสั่นสะเทือน กลายเป็นคลื่นเสียง (Frequency) หรือโน้ตตามที่ผู้ร้องคิด และมีโพรงต่างๆในร่างกายเป็นลำโพงขยายเสียงให้ได้ยินดังขึ้น เสียงถูกส่งเป็นคำพูด คำร้องออกจากปากด้วยอวัยวะในช่องปากที่ใช้ในการผลิตคำ ดังนั้นโครงสร้างร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเสียงก็มีผลทำให้ลักษณะ เสียงของแต่ละบุคคลที่ออกมาแตกต่างกันแม้จะฝึกวิธีเดียวกันก็ตาม

หัวใจสำคัญของการฝึกการใช้เสียง

วิธีการฝึกที่เหมาะสม น่าจะเป็นการควบคุมอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายโดยการคิดปฏิบัติวิธีตามลำดับ ขั้นตอน แล้วฟังเสียงที่ออกมาจากการปฏิบัตินั้นๆ ไม่ใช่เพียงการฟังอย่างเดียว แล้วพยายามเลียนแบบให้เหมือน ด้วยวิธีนี้คุณจะได้ยินเสียงที่เป็นเสียงของคุณเองจริงๆ เพราะคุณร้อง และสร้างเสียงจากเครื่องดนตรีภายในตัวคุณเอง ...ด้วยตัวคุณเอง
วิธีการฝึก หรือแบบฝึกหัดต่างๆนั้นก็ เป็นวิธีช่วยให้เส้นเสียงและกล้ามเนื้อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเสียง ได้จดจำวิธีทำ ขึ้นชื่อว่ากล้ามเนื้อ การฝึกที่ถูกต้องอย่างมีสติและสม่ำเสมอเท่านั้นที่จะช่วยให้ผู้เรียนเปล่ง เสียงออกมาได้ดังใจ
ดังนั้นหัวใจสำคัญของการฝึกใช้เสียงเพื่อร้องเพลงที่สำคัญ และไม่ควรมองข้ามคือ ควรจะฝึกการปล่อยอารมณ์และความรู้สึกของเสียงผ่านแบบฝึกหัดเสียง ผ่านทางบทเพลงด้วย เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับการปล่อยอารมณ์ออกพร้อมเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเต็มประสิทธิภาพ


ในเมื่อกระบวนการผลิตเสียงตามธรรมชาติที่ทุกคนต่างก็มีเป็นเช่นนี้ วิธีการฝึกใช้เสียงจึงมีการเน้นต่างๆกันออกไป แต่สุดท้ายแล้ว ทุกวิธีการฝึกให้ผลอย่างเดียวกันคือ ฝึกให้ผู้เรียนใช้เสียงได้ตามครรลองของธรรมชาติร่างกายที่ควรจะเป็น

องค์ประกอบสำคัญเพื่อการฝึกที่ได้ประสิทธิภาพ

1. เชื่อในตัวเอง เชื่อในพรแสวง ไม่ใช่พรสววรค์
2. มีความอดทนในการฝึกฝน เพราะการฝึกทักษะเช่นนี้ ต้องให้เวลาในการพัฒนา
3. ฝึกซ้อมอย่างมีสติ และฝึกอย่างสม่ำเสมอ
4. อย่ากลัวที่จะร้องผิด อย่ากลัวที่จะปล่อยเสียงของตัวเองออกมา

 

 You want to be good at it, I hope you get it    By Taillon

 

 

ยังไงก้อต้องขอขอบคุณเพื่อนๆและพี่ๆทุกคนนะคับที่มาคอมเม้นท์ให้

ยังไงก้อขอฝากเนื้อฝากตัว และฝากบล๊อกที่ผมเพิ่งหัดทำด้วยนะครับ

กำลังศึกษาอยู่ แล้วจะนำมาปรับปรุง

อ๋อ! ลืมบอกไปว่า

สวัสดีและยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆพี่นะครับ

สวสัดีปีใหม่นะครับ

บ๊ายบาย


Unloveable (Piano VerSion) - Mild

You want to be good at it,i hope you get it     by Taillon